ฉัตรชัย – รัชนก ได้รับรางวัลนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น ประจำปี 2556
update : 28/12/2556  



นายสุวัตร  สิทธิหล่อ  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2556  ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก กกท.  เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 
 

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า ตามที่ คณะรัฐมนตรี กำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันกีฬาแห่งชาติ และมีนโยบายให้ กกท.จัดงานวันทุกวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี นั้น สำหรับในปี 2556 นี้ วันที่16 ธันวาคม 2556 ตรงกับช่วงการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2556 ณ เมืองเนย์ปิดอว์ และเมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ดังนั้น จึงได้กำหนดให้มีการจัดงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องใน วันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2556 ในวันที่ 26 ธันวาคม 2556  เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่นักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬา ที่มีผลงานดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ ควรเป็นที่ได้รับการยกย่องเชิดชู โดยได้มีพิธีมอบรางวัลแก่บุคลากรดีเด่นทางการกีฬาจำนวน 10 ประเภท  ประกอบด้วย  รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ นายฉัตรชัย  บุตรดี (มวยสากล) และรองดีเด่น ได้แก่ นายเจียรณัฎฐ์  นาคะวิโรจน์ (เทควันโด) และ   นายทนงศักดิ์  แสนสมบูรณ์สุข (แบดมินตัน) ส่วนนักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวรัชนก  อินทนนท์ (แบดมินตัน) และรองดีเด่น ได้แก่ จ่าอากาศตรีหญิง ชนาธิป  ซ้อนขำ (เทควันโด) และนางสาวนุศรา  ต้อมคำ (วอลเลย์บอล)
 

นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชายดีเด่น ได้แก่ นายธีระศักดิ์  ศรีพัฒน์ (ยกน้ำหนัก) และรองดีเด่น ได้แก่ เด็กชายทัศพงษ์  แสงอุทัย (เจ็ตสกี) และนายรามณรงค์  เสวกวิหารี (เทควันโด) ส่วนนักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวบุศนันทน์  อึ้งบำรุงพันธ์ (แบดมินตัน) และรองดีเด่น ได้แก่ นางสาวโสภิตา  ธนสาร  (ยกน้ำหนัก) และ 3. นางสาวกมลชนก  อินทมาตย์ (ยกน้ำหนัก)
 

นักกีฬาอาชีพดีเด่น ได้แก่ นางสาวพรอนงค์  เพชรล้ำ (กอล์ฟ) และรองดีเด่น ได้แก่ นายวิศักดิ์ศิลป์ วังเอก (ศีรษะเกษ  ศ.รุ่งวิสัย) (มวยสากล) , นักกีฬามวยไทยอาชีพดีเด่น ได้แก่ นายปกรณ์  มุสิผล (ปกรณ์ พี.เค แสนชัยมวยไทยยิมส์) และรองดีเด่น ได้แก่ สิบตรีปรัชญะ  หลงชิน (ซุปเปอร์แบงค์  ม.รัตนบัณฑิต) 

               

นักกีฬาพิการชายดีเด่น ได้แก่ นายหาญฤชัย เนตรศิริ (ยิงธนู) และรองดีเด่น ได้แก่ นายวิษณุ ฮวดประดิษฐ์ (บอคเซีย) ส่วนนักกีฬาพิการหญิงดีเด่น ได้แก่ นางสาวสายสุนีย์  จ๊ะนะ (วีลแชร์ฟันดาบ) และ  รองดีเด่น ได้แก่ นางสาววาสนา  คูทวีทรัพย์ (ยิงธนู)
 

ผู้ฝึกสอนกีฬาดีเด่น ประกอบด้วย ผู้ฝึกสอนนักกีฬาสมัครเล่นดีเด่น ได้แก่ นายเกียรติพงษ์  รัชตเกรียงไกร (วอลเลย์บอล), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาต่างประเทศดีเด่น ได้แก่ Mr.Xie Zhi Hua (แบดมินตัน), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาอาชีพดีเด่น ได้แก่ นายโชคชัย  พิสิฐวุฒินันท์ (มวยสากล), ผู้ฝึกสอนนักกีฬาส่วนภูมิภาคดีเด่น ได้แก่ นายธีโรจน์  ชัยงาม (กรีฑา) และผู้ฝึกสอนนักกีฬาคนพิการดีเด่น ได้แก่ นายเลิศพร  แก่นจันทร์(ยิงธนู) ส่วนชนิดกีฬาทีมดีเด่น ได้แก่ วอลเลย์บอลทีมหญิง และประเภทกีฬาทีมดีเด่น ได้แก่ แบดมินตัน ประเภททีมผสม

 

บุคลากรทางการกีฬาดีเด่น ประกอบด้วย ผู้บริหารดีเด่น ได้แก่ นายสมพร  ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย , นักวิชาการดีเด่น ได้แก่ ผศ.ดร.นฤพนธ์  วงศ์จตุรภัทร ประธานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา, ผู้จัดการทีมดีเด่น ได้แก่ พลตำรวจตรี ศุภวณัฏร์  อาริยะมงคล(กรีฑา) และผู้ตัดสินดีเด่น ได้แก่ นายกฤษฎา  ปาณะเสรี (วอลเลย์บอล) ส่วนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยดีเด่น ได้แก่ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาจังหวัดดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่
 

ทั้งนี้ นักกีฬาที่ได้รับรางวัลดีเด่น 8 ประเภทรางวัล  ประกอบด้วย  1. นักกีฬาสมัครเล่นดีเด่นชาย 2.นักกีฬาสมัครเล่นดีเด่นหญิง  3.นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นดีเด่นชาย  4.นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิง 5.นักกีฬาอาชีพดีเด่น            6.นักกีฬามวยไทยอาชีพดีเด่น 7. นักกีฬาคนพิการดีเด่นชาย และ 8 นักกีฬาคนพิการดีเด่นหญิง จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ , เสื้อเบลเซอร์ , เข็มเกียรติคุณ (เข็มทอง)และใบประกาศนียบัตร ส่วนนักกีฬาที่ได้รับรางวัลรองดีเด่น ทั้ง  8 ประเภทรางวัลดังกล่าว จะได้รับโล่รางวัล , เข็มเกียรติคุณ (เข็มเงิน) และใบประกาศนียบัตร
 

จากนั้น นายสุวัตร  สิทธิหล่อ  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27  ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2556 โดยนักกีฬาที่ได้รับเหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 200,000 บาท, เหรียญเงิน  100,000  บาท และเหรียญทองแดง 50,000  บาท, ผู้ฝึกสอน จะได้รับ 20% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ (ประเภทรายบุคคลทั่วไป และประเภททีม ที่มีนักกีฬาไม่เกิน 6 คน) และ 10%  ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ (ประเภททีมที่มีนักกีฬาตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป) , สมาคมกีฬาฯ จะได้รับ 30% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 

สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยฯ (17 ทอง 13 เงิน 9 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 12,975,000  บาท (นักกีฬา 8,650,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 1,730,000 บาท และสมาคมกีฬา 2,595,000 บาท), สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ (2 ทอง 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,800,000  บาท (นักกีฬา 1,200,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 240,000 บาท และสมาคมกีฬา 360,000 บาท), สมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย ( 1 เงิน 1 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 450,000  บาท (นักกีฬา 300,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 60,000 บาท และสมาคมกีฬา 90,000 บาท) , สมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทย (2 ทอง 4 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,560,000  บาท (นักกีฬา 1,800,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 220,000 บาท และสมาคมกีฬา 540,000 บาท) , สมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยฯ (3 ทอง 6 เงิน 3 ทองแดง)  ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,925,000  บาท (นักกีฬา 1,950,000 บาท, ผู้ฝึกสอน  390,000 บาท สมาคมกีฬา 585,000 บาท) , สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย(8 ทอง 4 เงิน) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 23,000,000 บาท (นักกีฬา 16,2000,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 1,940,000 บาท , สมาคมกีฬา 4,860,000 บาท) , สมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย (2 เงิน) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,200,000 บาท (นักกีฬา 800,000  บาท, ผู้ฝึกสอน 160,000 บาท , สมาคมกีฬา 240,000 บาท), สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย (6 ทอง 5 เงิน 4 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,450,000 บาท (นักกีฬา 2,300,00 บาท, ผู้ฝึกสอน 460,000 บาท , สมาคมกีฬา 690,000 บาท),
 

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ (1 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,125,000 บาท (นักกีฬา 750,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 150,000 บาท , สมาคมกีฬา 225,000 บาท), สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย (1 ทอง 1 เงิน) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 5,040,000 บาท (นักกีฬา 3,600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 360,000 บาท , สมาคมกีฬา 1,080,000 บาท), สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย (4 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,700,000 บาท (นักกีฬา 1,800,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 360,000 บาท , สมาคมกีฬา 540,000 บาท), สมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย (2 ทอง 1 เงิน 8 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,350,000 บาท (นักกีฬา 900,000 บาท,   ผู้ฝึกสอน 180,000 บาท , สมาคมกีฬา 270,000 บาท), สมาคมเปตองแห่งประเทศไทยฯ (3 ทอง 4 เงิน 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,900,000 บาท (นักกีฬา 2,600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 520,000 บาท , สมาคมกีฬา 780,000 บาท), สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย (1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 525,000 บาท (นักกีฬา 350,000บาท, ผู้ฝึกสอน 70,000 บาท , สมาคมกีฬา 105,000 บาท), สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ( 4 ทอง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 19,040,000 บาท (นักกีฬา 13,600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 1,360,000 บาท , สมาคมกีฬา 4,080,000 บาท), สมาคมมวยปล้ำแห่งประเทศไทย    (1 ทอง 7 เงิน 1 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,425,000 บาท (นักกีฬา 950,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 190,000 บาท , สมาคมกีฬา 285,000 บาท), สมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย (7 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,475,000 บาท (นักกีฬา 1,650,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 330,000 บาท , สมาคมกีฬา 495,000 บาท),สมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (6 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,100,000 บาท (นักกีฬา1,400,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 280,000 บาท , สมาคมกีฬา 420,000 บาท), สมาคมกีฬายิงธนูแห่งประเทศไทย (3 เงิน 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,725,000 บาท (นักกีฬา 1,150,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 230,000 บาท , สมาคมกีฬา345,000 บาท), สมาคมยูโดแห่งประเทศไทยฯ (7 ทอง 1 เงิน 4 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,150,000 บาท (นักกีฬา 2,100,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 420,000 บาท , สมาคมกีฬา 630,000 บาท), สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ(2 ทอง 4 เงิน 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,150,000 บาท (นักกีฬา 2,100,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 420,000 บาท , สมาคมกีฬา 630,000 บาท), สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย (6 ทอง 14 เงิน 11 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน45,970,000 บาท (นักกีฬา 35,950,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 4,020,000 บาท , สมาคมกีฬา 6,000,000 บาท), สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ( 2 ทอง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 6,720,000 บาท (นักกีฬา 4,800,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 480,000 บาท , สมาคมกีฬา 1,440,000 บาท), สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย (7 ทอง 8 เงิน 9 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 7,435,000 บาท (นักกีฬา 5,000,000 บาท,       ผู้ฝึกสอน 935,000 บาท , สมาคมกีฬา 1,500,000 บาท),สมาคมวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย (2 ทอง 1 เงิน) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 750,000 บาท (นักกีฬา 500,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 100,000 บาท , สมาคมกีฬา 150,000 บาท),
 

สมาคมวูซูแห่งประเทศไทย (2 เงิน 1 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 525,000 บาท (นักกีฬา 350,000 บาท,ผู้ฝึกสอน 70,000 บาท , สมาคมกีฬา 105,000 บาท), สมาคมหมากรุกสากลแห่งประเทศไทย (7 ทอง 5 เงิน 4 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 6,300,000 บาท (นักกีฬา 4,200,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 840,000 บาท , สมาคมกีฬา 1,260,000 บาท), สมาคมฮอกกี้แห่งประเทศไทย (1 เงิน) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,520,000 (นักกีฬา 1,800,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 180,000 บาท , สมาคมกีฬา 540,000 บาท), กีฬายิงปืน (2 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,400,000 บาท (นักกีฬา1,600,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 320,000 บาท , สมาคมกีฬา  480,000 บาท) และกีฬามวย (4 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง) ได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,725,000 บาท (นักกีฬา 1,150,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 230,000 บาท , สมาคมกีฬา 345,000 บาท)
 

สรุปเงินรางวัลอัดฉีดนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มียอดรวมทั้งสิ้นจำนวน 170,410,000 บาท  (นักกีฬา  121,500,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 17,245,000 บาท และสมาคมกีฬา  31,665,000  บาท)  

 
counter
Copy right (c) 2012 by www.satregion3.com, All right reverse
สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนราชสีมา-ปักธงชัย ตำบลปรุใหญ่
อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000 เบอร์โทรศัพท์ : 0 4493 2100